ในอดีตแห่งราชอาณาจักรลาว ท่ามกลางสถานการณ์ทางการเมืองที่ผันแปรและการพัฒนาประเทศ สายการบินแห่งชาตินามว่า รอยัลแอร์ลาว (Royal Air Lao) ได้ถือกำเนิดขึ้น เป็นสัญลักษณ์แห่งความทันสมัยและการเชื่อมโยงของลาวสู่โลกภายนอก
เรื่องราวของรอยัลแอร์ลาวไม่ได้เป็นเพียงประวัติศาสตร์การบิน แต่ยังเป็นภาพสะท้อนของประวัติศาสตร์การเมือง ที่ซึ่งปีกของเครื่องบินต้องทะยานผ่านมรสุมแห่งสงครามและความขัดแย้ง จนกระทั่งถึงเที่ยวบินสุดท้าย...
ช่วงที่ 1: ทศวรรษ 1950 - 1961 – ยุคบุกเบิกและก่อร่างสร้างตัว
ก่อนที่จะเป็นที่รู้จักในนาม "รอยัลแอร์ลาว" การบินพลเรือนในลาวเริ่มต้นจากสายการบินขนาดเล็กหลายแห่งที่ก่อตั้งขึ้นโดยการสนับสนุนจากฝรั่งเศสและเอกชน สายการบินยุคแรกสุดที่เป็นรากฐานสำคัญคือ:
เวหาอากาศ (Veha Akat): ก่อตั้งในช่วงต้นทศวรรษ 1950 ถือเป็นผู้บุกเบิกเส้นทางบินภายในประเทศอย่างแท้จริง
สายการบินลาว (Lao Air Lines): ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1952 เริ่มให้บริการเส้นทางระหว่างประเทศระยะสั้นๆ
ในช่วงเวลานี้ ฝูงบินยังคงเป็นเครื่องบินใบพัดที่ปลดประจำการจากสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นหลัก เหมาะสมกับสภาพสนามบินในยุคนั้นที่ยังไม่ได้รับการพัฒนามากนัก
ช่วงที่ 2: ค.ศ. 1962 - ปลายทศวรรษ 1960 – ก่อตั้งรอยัลแอร์ลาวและยุคทอง
ในปี ค.ศ. 1962 รัฐบาลแห่งราชอาณาจักรลาวได้ตัดสินใจควบรวมสายการบินต่างๆ เข้าด้วยกัน และก่อตั้งสายการบินแห่งชาติขึ้นอย่างเป็นทางการในชื่อ "รอยัลแอร์ลาว" (Royal Air Lao) โดยมีรัฐบาลถือหุ้นส่วนใหญ่ และได้รับการสนับสนุนด้านเทคนิคจากสายการบินแอร์ฟรานซ์ (Air France)
โดยทั่วไปแล้ว สายการบิน Royal Air Lao ใช้เครื่องบินที่ผลิตในช่วงยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นหลัก โดยส่วนใหญ่เป็นเครื่องบินจากฝั่งตะวันตก เช่น สหรัฐอเมริกา และยุโรป
ตามข้อมูลที่มีอยู่ระบุว่าสายการบิน Royal Air Lao เคยใช้เครื่องบินหลายรุ่น ได้แก่
Douglas C-47 Skytrain / Douglas DC-3: เป็นเครื่องบินในยุคแรกๆ ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลก ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นเครื่องบินรุ่นแรกๆ ที่สายการบินนำมาใช้
Convair 440: เป็นเครื่องบินโดยสารแบบลูกสูบที่ใช้งานในช่วงทศวรรษ 1950s
Vickers Viscount: เป็นเครื่องบินโดยสารแบบใบพัดที่มีการใช้งานในทศวรรษ 1960s
Lockheed L-188 Electra: เป็นเครื่องบินโดยสารแบบใบพัดที่ค่อนข้างทันสมัยในช่วงนั้น และคาดว่ามีการใช้งานในช่วงปลายๆ ของการดำเนินงานของสายการบิน
Boeing 307 Stratoliner: เป็นเครื่องบินที่ค่อนข้างเก่าและหาได้ยากมาก ข้อมูลระบุว่ามีภาพถ่ายของเครื่องบินรุ่นนี้ที่ Royal Air Lao ในปี พ.ศ. 2518 (ค.ศ. 1975) ซึ่งอาจเป็นช่วงเวลาที่ใกล้เคียงกับที่สายการบินปิดตัวลง
Curtiss C-46 Commando: เครื่องบินขนส่งทางทหารที่ดัดแปลงมาใช้ในเชิงพาณิชย์
Douglas C-54A-10-DC Skymaster: เป็นอีกหนึ่งเครื่องบินขนส่งที่ใช้งานในยุคนั้น
นี่คือยุคที่รุ่งโรจน์ที่สุดของสายการบิน มีการขยายเส้นทางบินระหว่างประเทศอย่างกว้างขวาง และเริ่มนำเครื่องบินที่ทันสมัยขึ้นเข้ามาประจำการ ลวดลายบนตัวเครื่องบินที่มีสัญลักษณ์เป็น ช้างสามเศียรได้กลายเป็นที่จดจำไปทั่วภูมิภาค
รอยัลแอร์ลาวในยุคนี้ไม่ได้เป็นเพียงผู้ให้บริการขนส่ง แต่เป็นหน้าเป็นตาของราชอาณาจักรลาว เป็นสัญลักษณ์แห่งความทันสมัยที่เชื่อมโยงลาวเข้ากับโลกภายนอกอย่างแท้จริง โดยมีเส้นทางบินไปยังฮ่องกง, กรุงเทพฯ, ไซ่ง่อน (โฮจิมินห์ซิตี), พนมเปญ และกัวลาลัมเปอร์
ช่วงที่ 3: ต้นทศวรรษ 1970 - 1975 – ก้าวสู่ยุคไอพ่น ท่ามกลางมรสุมการเมือง
แม้สถานการณ์สงครามกลางเมืองในประเทศจะทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ รอยัลแอร์ลาวยังคงพยายามที่จะก้าวให้ทันโลกการบิน ด้วยการนำเครื่องบินไอพ่นเข้ามาประจำการเป็นครั้งแรก ซึ่งถือเป็นก้าวที่สำคัญและท้าทายอย่างยิ่ง
Sud Aviation SE 210 Caravelle III: การมาถึงของเครื่องบินไอพ่นสัญชาติฝรั่งเศสลำนี้ คือจุดสูงสุดของรอยัลแอร์ลาวอย่างแท้จริง มันคือเครื่องบินที่ทันสมัยที่สุดเท่าที่สายการบินเคยมีมา ถูกนำมาใช้ในเส้นทางบินระหว่างประเทศหลัก โดยเฉพาะเส้นทางสู่ฮ่องกง ทำให้รอยัลแอร์ลาวสามารถแข่งขันกับสายการบินอื่นๆ ในภูมิภาคได้อย่างสมศักดิ์ศรี
อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลานี้เองที่เงาของสงครามได้ทอดลงมาอย่างหนักหน่วง การปฏิบัติการบินเต็มไปด้วยความเสี่ยง เครื่องบินของสายการบินมักถูกใช้งานในภารกิจทางทหารอย่างไม่เป็นทางการ และบ่อยครั้งที่ต้องเผชิญกับอันตรายจากการสู้รบ สายการบินได้ประสบกับเหตุการณ์อุบัติเหตุทางอากาศหลายครั้ง ซึ่งส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงและความเชื่อมั่นของผู้โดยสาร
บทสรุป: ธันวาคม 1975
เมื่อขบวนการปะเทดลาวสามารถยึดอำนาจและเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบราชอาณาจักรมาสู่ระบอบสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวในเดือนธันวาคม ค.ศ. 1975 ชะตากรรมของ "รอยัลแอร์ลาว" ก็มาถึงจุดสิ้นสุด
สายการบินแห่งชาติที่เคยเป็นสัญลักษณ์แห่งราชอาณาจักรได้หยุดดำเนินกิจการลงอย่างถาวร เครื่องบินที่เหลืออยู่บางส่วนถูกยึดโดยรัฐบาลใหม่ และบางส่วนถูกทิ้งร้าง เรื่องราวของ "รอยัลแอร์ลาว ได้ปิดฉากลงพร้อมกับการสิ้นสุดของระบอบการปกครองเก่า
รัฐบาลใหม่ได้ก่อตั้งสายการบินแห่งชาติขึ้นมาแทนที่ในชื่อ "Lao Aviation" (การบินลาว) ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น "Lao Airlines" (สายการบินลาว) ในปัจจุบัน ถือเป็นการสืบทอดภารกิจการบินพลเรือนของชาติ แต่ตำนานและความทรงจำของ "รอยัลแอร์ลาว" เครื่องบินที่มีสัญลักษณ์ช้างสามเศียรอันสง่างาม ยังคงตราตรึงอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์การบินของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในฐานะสายการบินที่ถือกำเนิดท่ามกลางความหวัง ทะยานขึ้นสู่ความรุ่งโรจน์ และโบยบินฝ่ามรสุมการเมือง จนกระทั่งถึงเที่ยวบินสุดท้าย... ที่ไม่มีวันหวนกลับมา



%20at%20Hong%20Kong's%20Kai%20Tak%20Airport%20in%201974.jpg)
0 Comments